ข้อดี ประโยชน์ การลงทุนในประเทศเวียดนาม 

1024 683 admin

ข้อดีของการลงทุนในเวียดนาม 

เวียดนามเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก จากการมีต้นทุนต่ำและกฎระเบียบที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติ 

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเวียดนามพัฒนาอย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เวียดนามกลายเป็นฐานการลงทุนใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วทุกมุมโลก โดยในสายตาของนักลงทุนต่างชาติที่อยากเข้ามาลงทุนในอาเซียน เวียดนามถือเป็นประเทศที่มีความเหมาะสม น่าลงทุนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน แม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่โดยรวมยังมีข้อดีหลายประการในการเข้าลงทุน ข้อได้เปรียบจากการลงทุนในเวียดนาม มีดังนี้  

 

1.ที่ตั้งทางยุทธศาสตร์

ทำเลที่ตั้งดี อยู่ใจกลางของอาเซียน และอยู่ใกล้กับตลาดสำคัญหลายแห่งในเอเชีย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือจีน ตลาดการค้าที่มีความโดดเด่นระดับโลก  ขณะเดียวกันเวียดนามยังมีลักษณะภูมิประเทศ ที่มีแนวชายฝั่งทะเลทอดยาวไปถึงทะเลจีนใต้ และอยู่ใกล้กับเส้นทางการขนส่งหลักของโลก จึงเป็นเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบสำหรับทำการค้า  นอกจากนี้แล้วเวียดนามมีเมืองใหญ่ แห่งในประเทศ ได้แก่ 1.ฮานอย เป็นเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ โดยลักษณะภูมิประเทศเหมาะสำหรับการทำการค้าเป็นอย่างยิ่ง และ 2.โฮจิมินห์ซิตี้ ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศ เอกลักษณ์คือเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุด และเป็นเมืองอุตสาหกรรมของเวียดนาม 

 

2.คะแนนการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) ขยับดีขึ้นทุกปี  

เวียดนามได้ทำการแก้ไขกฎระเบียบและข้อจำกัดด้านการลงทุนจำนวนมาก เพื่อให้การลงทุนในเวียดนามมีความโปร่งใสมากขึ้น การจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ พบว่าอันดับของเวียดนามขยับขึ้นมาที่ 82 จาก 190 ประเทศในปี 2559 ซึ่งเมื่อเทียบกับปีที่แล้วการจัดอันดับดีขึ้นถึง 9 อันดับ โดยอันดับ Doing Business ที่ดีขึ้นมาจากการปรับปรุงกฎหมาย เช่น รัฐบาลปรับขั้นตอนการรับไฟฟ้าและการจ่ายภาษีให้ง่ายขึ้น ตามรายงานของธนาคารโลก (World Bank) และถ้าเป็นไปตามโมเดลเศรษฐศาสตร์ของเวียดนาม อันดับความยากง่ายการประกอบธุรกิจจะขยับขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2563 คาดว่าขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 60 เพราะฉะนั้นแนวโน้มการลงทุนที่มีอนาคตดี ทำให้เวียดนามยิ่งน่าสนใจ เหมาะสำหรับเป็นฐานการลงทุน  

 

3.ข้อตกลงการค้า  

ข้อบ่งชี้อีกประการหนึ่งที่เปิดกว้างสู่เศรษฐกิจโลกคือ ข้อตกลงการค้าจำนวนมากที่เวียดนามได้ลงนามไว้ เพื่อให้ตลาดเวียดนามมีความเสรีในการประกอบการค้ามากขึ้น โดยการเป็นสมาชิก และเป็นไปตามข้อตกลงการค้า ซึ่งมีดังนี้  

  • สมาชิกอาเซียนและเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) 
  • สมาชิกองค์การค้าโลก (WTO) 
  • ความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนาม (BTA)  
  • ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและเวียดนาม (EVFTA) ซึ่งมีผลในปี 2561 เป็นต้นมา  

ข้อตกลงหรือสนธิสัญญาทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่าเวียดนามมีความกระตือรือร้นที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และในปัจจุบันยังมุ่งมั่นทำข้อตกลงทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ  

 

4.การเติบโตของเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ 

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจเวียดนามโตเร็วที่สุดในโลก โดยการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ เริ่มต้นขึ้นมาจากการปฏิรูปเศรษฐกิจในปี 2529 และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดย World Bank รายงานว่าเศรษฐกิจเวียดนามโตอย่างมีเสถียรภาพ  เฉลี่ยปีละ 6.46% ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา  

 

5.การเปิดกว้างการลงทุนจากต่างประเทศ  

ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นเพียงคุณสมบัติที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติเท่านั้น แต่เวียดนามยังสนับสนุนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และปรับปรุงกฎระเบียบอย่างสม่ำเสมอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน  โดยรัฐบาลเวียดนามเสนอสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อเป็นข้อเสนอจูงใจนักลงทุนต่างชาติหลายประการ ทั้งในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น การลงทุนในธุรกิจที่มีเทคโนโลยีสูง (High-Tech) หรืธุรกิจเฮลท์แคร์ เป็นต้น  

 

สิทธิประโยชน์ด้านภาษี ที่นักลงทุนจะได้รับ มีดังนี้  
  • ลดหรือยกเว้นอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)  
  • ยกเว้นอาการขาเข้า เช่น การนำเข้าวัตถุดิบ 
  • ลดหรือยกเว้นจากการเช่าที่ดิน หรือภาษีการใช้ที่ดิน 

 

ทั้งนี้ในเดือนกรกฎาคม 2558 เวียดนามได้ดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกา 60/2558 ซึ่งอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนในหลายๆ พื้นที่ในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้การลงทุน FDI ในปี 2559 มีเม็ดเงิน 24.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ เช่น Samsung, Nestle, และ LG ที่มีส่วนร่วมในการลงทุน  

 

6.การเป็นตลาดที่ได้รับความนิยม   

ก่อนที่นักลงทุนจะตัดสินใจเลือกฐานการผลิต สิ่งแรกที่นักลงทุนทำคือการวิเคราะห์ตลาดด้วยตัวเอง หากตลาดหรือแหล่งการลงทุนนั้นๆ มีศักยภาพ ก็ย่อมทำให้ธุรกิจที่กำลังจะลงทุนในตลาดนั้นๆ ประสบความสำเร็จหรือมีความราบรื่น ไม่มีปัญหา เวียดนามจึงเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ ในฐานะนักลงทุนต่างชาติ อาจจะต้องทบทวนหลายครั้งก่อนตัดสินใจลงทุนว่า คนในพื้นที่จะตอบรับต่อสินค้าและบริการของคุณอย่างไร แต่ด้วยข้อดีของเวียดนามที่มีขนาดประชากรที่ใหญ่มาก ทำให้ตลาดมีดีมานด์มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ผู้บริโภคก็มีกำลังซื้อ และมีความเปิดกว้าง อยากทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การลงทุนในเวียดนามจึงน่าสนใจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่เป็นที่นิยมมาก นอกจากนี้แล้วตลาดเวียดนามมีธุรกิจหลายรูปแบบ มีความต้องการหลากหลาย ดังนั้นหากนักลงทุนเข้าใจตลาด จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่เข้าไปลงทุนเพื่อช่วยสร้างความหลากหลายให้กับตลาดเท่านั้น  

 

7.ประชากรกำลังขยายตัว 

ปัจจุบันเวียดนามมีประชากรประมาณ 95 ล้านคน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 14 ของโลก และภายในปี 2573 ประชากรเวียดนามจะเพิ่มขึ้นเป็น 105 ล้านคน ตามคาดการณ์ของ Worldometers โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่กำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เนื่องจากเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ประชากรเพิ่มขึ้นตาม  บริษัทวิจัยตลาด Nielsen จึงประมาณการว่าชนชั้นกลางในเวียดนามจะเพิ่มเป็น 44 ล้านคนภายในปี 2563 และ 95 ล้านคนภายในปี 2573 ดังนั้นการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางอย่างรวดเร็วนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วย เป็นเป้าหมายที่สร้างผลกำไรให้กับสินค้าและบริการได้  

 

8.เงินลงทุนค่อนข้างต่ำ 

สุดท้ายสิ่งที่แตกต่างจากตลาดอื่น ๆ คือ การลงทุนในเวียดนามไม่มีข้อกำหนดเรื่องเงินลงทุนขั้นต่ำ ุรกิจส่วนใหญ่ในเวียดนามสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ โดยไม่ต้องมีเงินทุนจำนวนมาก เพียงแค่มั่นใจว่าเงินทุนที่มีนั้นเพียงพอ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามแผนของบริษัทเท่านั้น แค่นี้ธุรกิจก็สามารถเติบโตได้แล้ว  เพียงแต่ต้องระวังว่าจำนวนทุนที่มีนั้น ต้องชำระเต็มภายใน 90 วัน นับจากวันที่จดทะเบียนบริษัท  

 

ข้อสรุป 

นี่คือเหตุผลหลัก 8 ข้อในการลงทุนในเวียดนาม ทั้งนี้แม้ว่าการลงทุนในเวียดนามจะมีความสะดวกในหลาย ๆ ด้าน แต่การลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเสมอเช่นเดียวกับการลงทุนในประเทศอื่น แต่ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถลดลงได้ ด้วยแผนการที่ดี 

 

เพราะฉะนั้นอย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษา ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง ู้ให้คำปรึกษาของเราจะช่วยให้ธุรกิจของคุเติบโตได้ในเวียดนาม

หากท่านใดสนใจการจดทะเบียนบริษัทในประเทศเวียดนาม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่บริษัท InterLoop Solutions & Consultancy Co.,Ltd. โทร 097-106-9113 หรือทางไลน์ ID Line: @inlps

Leave a Reply

Your email address will not be published.